ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ เศรษฐกิจ การลงทุน หุ้น อสังหาริมทรัพย์ ไอที-เทคโนฯ รถยนต์ ท่องเที่ยว ต่างประเทศ รวดเร็วสดใหม่ทุกวัน
การขับเคลื่อนปฏิญญามาร์ราเกช (Marrakech Declaration)

คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบปฏิญญามาร์ราเกช (Marrakech Declaration) จำนวน 27 ข้อ และการขับเคลื่อนปฏิญญามาร์ราเกช (Marrakech Declaration) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตามที่ประเทศไทยได้แสดงความมุ่งมั่นและเจตนารมณ์ไว้ ตามที่คณะกรรมการนโยบายการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนแห่งชาติ เสนอ
สาระสำคัญของเรื่อง
1. ระเบียบสำนักรัฐมนตรีว่าด้วยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน พ.ศ. 2554 ข้อ 11 (5) เสนอความเห็นและให้ข้อเสนอแนะแก่นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรี ในการดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน
2. การประชุมระดับรัฐมนตรีโลกว่าด้วยความปลอดภัยทางถนน ครั้งที่ 4 (The Fourth Global Ministerial Conference on Road Safety) ระหว่างวันที่ 18 – 20 กุมภาพันธ์ 2568 ณ เมืองมาร์ราเกช (Marrakech) ราชอาณาจักรโมร็อกโก โดยมีคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมฯ ประกอบด้วย นายกิตติกร โล่ห์สุนทร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข หัวหน้าคณะ พร้อมด้วยผู้แทนจากกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงคมนาคม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ผู้แทนเยาวชน และผู้แทนกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งได้กล่าวถ้อยแถลงและประกาศเจตนารมณ์ความมุ่งมั่นของประเทศไทยต่อที่ประชุมฯ ดังนี้
2.1 มุ่งมั่นที่จะลดอัตราผู้เสียชีวิตของประชาชนในประเทศจากอุบัติเหตุทางถนนให้เหลือ 12 คนต่อประชากร 1 แสนคน และลดจำนวนผู้บาดเจ็บสาหัสให้เหลือ 106,376 คน ภายในปี พ.ศ. 2570
2.2 มุ่งมั่นที่จะเพิ่มอัตราส่วนประชาชนผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ในประเทศให้สวมหมวกนิรภัยที่ได้มาตรฐานให้ใกล้เคียงร้อยละ 100 ภายในปี พ.ศ. 2573
2.3 มุ่งมั่นที่จะลดอัตราการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนในกลุ่มเด็กและเยาวชนให้เหลือร้อยละ 50 ภายในปี พ.ศ. 2573
2.4 มุ่งมั่นที่จะให้ประชาชนในประเทศใช้ยานพาหนะที่ได้มาตรฐานความปลอดภัยขององค์การสหประชาชาติ (UN) ภายในปี พ.ศ. 2573
2.5 มุ่งมั่นที่จะทำให้ถนนในประเทศไทยเป็นถนนที่ปลอดภัยสำหรับยานพาหนะทุกประเภท รวมถึงคนเดินเท้าและนักปั่นจักรยาน
3. ภายหลังจากการประชุมระดับรัฐมนตรีโลกว่าด้วยความปลอดภัยทางถนน ครั้งที่ 4 ณ เมืองมาร์ราเกช (Marrakech) ราชอาณาจักรโมร็อกโก ได้มีการประกาศปฏิญญามาร์ราเกช (Marrakech Declaration) จำนวน 27 ข้อ เพื่อเป็นหลักการสำคัญในการดำเนินงานด้านความปลอดภัยทางถนนโดยไม่มีการลงนามในเอกสาร
4. การประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน ครั้งที่ 2/2568 เมื่อวันจันทร์ที่ 16 มิถุนายน 2568 มีนายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้แทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน โดยที่ประชุมมีมติให้ความเห็นชอบเสนอปฏิญญามาร์ราเกช (Marrakech Declaration) ให้คณะกรรมการนโยบายการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนแห่งชาติพิจารณาเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบ
5. การประชุมคณะกรรมการนโยบายการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนแห่งชาติครั้งที่ 2/2568 เมื่อวันศุกร์ที่ 12 ธันวาคม 2568 มีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้นำปฏิญญามาร์ราเกช (Marrakech Declaration) เสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบ โดยมอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการนโยบายการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนแห่งชาติดำเนินการ
6. สาระสำคัญปฏิญญามาร์ราเกช (Marrakech Declaration) จำนวน 27 ข้อ มีดังนี้
(1) ประเทศรับทราบถึงความสำคัญของปฏิญญามาร์ราเกช (Marrakech Declaration) และใช้เป็นหลักการสำคัญของการดำเนินงานด้านความปลอดภัยทางถนน
(2) ประเทศและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเร่งรัดและเพิ่มความพยายามในการดำเนินการตามแผนระดับโลกของทศวรรษแห่งการดำเนินการเพื่อความปลอดภัยทางถนน พ.ศ. 2564 – 2573 และเป็นตัวผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน
(3) ประเทศที่ยังไม่ได้ดำเนินการดังกล่าว จัดหางบประมาณขับเคลื่อน และรายงานผลเกี่ยวกับคำมั่นสัญญาของประเทศด้านความปลอดภัยทางถนน รวมถึงการจัดตั้งหน่วยงานระดับชาติด้านความปลอดภัยทางถนน
(4) ส่งเสริมให้ประเทศจัดตั้งกลไกในการประสานงานระหว่างกระทรวงต่าง ๆ โดยเฉพาะการประสานงานกับกระทรวงที่รับผิดชอบด้านสาธารณสุข คมนาคม อุตสาหกรรม การเงิน การศึกษา โครงสร้างพื้นฐาน การบริหารประเทศ และสิ่งแวดล้อม
(5) เชิญชวนประเทศและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพิ่มอำนาจในการประกาศความยั่งยืนของทศวรรษความปลอดภัยทางถนน ที่จะเริ่มดำเนินการในปี พ.ศ. 2569
(6) ส่งเสริมให้ประเทศดำเนินการในเรื่องความปลอดภัย เริ่มต้นจากการออกแบบการผลิต การใช้งาน การปฏิบัติงานและการซ่อมบำรุงทั้งอุปกรณ์ที่ใช้เครื่องยนต์และไม่ใช้เครื่องยนต์
(7) ส่งเสริมประเทศให้สัตยาบันการประชุมขององค์การสหประชาชาติเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยและความมั่นคงของยานพาหนะ รวมถึงการนำแนวทางปฏิบัติที่ดีในการออกกฎข้อบังคับของยานพาหนะและการปรับปรุงเพื่อยกระดับความปลอดภัย
(8) ส่งเสริมให้ประเทศนำนโยบายสำหรับขนส่งหลายรูปแบบมาใช้จากหลักการของระบบความปลอดภัย ตั้งแต่การวางแผน การออกแบบ การก่อสร้างและการบำรุงรักษา โครงสร้างพื้นฐานด้านถนนในเขตเมืองและเขตชนบท กำหนดการจำกัดความเร็วที่ปลอดภัย
(9) ส่งเสริมการศึกษาด้านความปลอดภัยทางถนน โดยการนำโครงการการศึกษาด้านความปลอดภัยบนท้องถนนมาใช้ในสถาบันการศึกษา รวมถึงการฝึกอบรมสำหรับผู้ขับขี่รุ่นเยาว์
(10) ส่งเสริมให้ประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่มีบทบาทในระดับโลกต่อการแก้ไขปัญหาตามหลักฐานและการลงทุน
(11) ส่งเสริมให้ประเทศใช้อำนาจหน้าที่และทรัพยากรที่เหมาะสม ทั้งในระดับจังหวัดและในระดับท้องถิ่น เพื่อปรับปรุงความปลอดภัยทางถนน เป็นการกำหนดนโยบายที่เกี่ยวข้องในระดับท้องถิ่น
(12) เชิญชวนให้ประเทศปฏิบัติและดำเนินการด้วยการกำหนดกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยความเสี่ยงหลัก รวมถึงการไม่มีข้อบังคับเรื่องการใช้เข็มขัดนิรภัย ข้อบังคับเกี่ยวกับความปลอดภัยของเด็กและหมวกนิรภัยตามที่มีการรับรองมาตรฐาน
(13) ส่งเสริมให้ประเทศที่ยังไม่มีการดำเนินการด้านความปลอดภัยทางถนน มีการลงนามความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง สอดคล้องกับกฎความปลอดภัยขององค์การสหประชาชาติ
(14) ส่งเสริมให้ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมให้ความสำคัญกับความปลอดภัยอย่างเป็นระบบมีสภาพแวดล้อมในการทำงานที่คำนึงถึงเรื่องอาชีวอนามัยและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย
(15) ส่งเสริมให้ภาคธุรกิจและภาคอุตสาหกรรมปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายและให้แน่ใจว่ามีการปฏิบัติตามกฎจราจรเป็นมาตรฐานขั้นต่ำ
(16) ส่งเสริมให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทางการเงิน เช่น ธนาคาร นักลงทุน บริษัทประกันภัยและผู้ตรวจสอบบัญชี มีความร่วมมือกับหน่วยงานด้านวิชาการในการเสนอข้อบังคับอย่างชัดเจนว่าหน่วยงานต่าง ๆ จะต้องดำเนินการด้านความปลอดภัยทางถนนอย่างจริงจังในกิจกรรมการดำเนินงานทั้งหมดของตน
(17) เรียกร้องให้องค์กรระหว่างประเทศพัฒนาแนวทางปฏิบัติและเครื่องมือที่เกี่ยวข้อง เพื่อเข้าถึงการเงินที่ยั่งยืน รวมถึงการจัดหาเงินทุนสำหรับความปลอดภัยทางถนน เพื่อเป็นช่องทางในการระดมทุน
(18) สนับสนุนการส่งเสริมการสร้างศักยภาพ การแบ่งปันความรู้ การสนับสนุนทางเทคนิค และโครงการต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยทางถนน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศกำลังพัฒนา
(19) ส่งเสริมให้มีการแบ่งปันด้านเทคโนโลยีและองค์ความรู้เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานของระบบสุขภาพที่สำคัญ
(20) เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องและหน่วยงานของสหประชาชาติในการติดตามและดำเนินการวิจัยเกี่ยวกับผลกระทบของเทคโนโลยีที่กำลังพัฒนา รวมทั้งปัญญาประดิษฐ์และเทคโนโลยีใหม่ ๆ ต่อการขนส่ง ความปลอดภัยทางถนนที่มีอยู่ในครอบครอง
(21) เรียกร้องให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในภาคอุตสาหกรรม เร่งการปรับใช้เทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานยานยนต์ และถนนที่ให้ประโยชน์ในการช่วยชีวิต
(22) เรียกร้องให้ประเทศเสริมสร้างการรวบรวมข้อมูล การกำหนดและติดตามตัวชี้วัดด้านประสิทธิภาพความปลอดภัยบนท้องถนนที่สำคัญ
(23) สนับสนุนให้ประเทศ จังหวัด และเมือง รวมถึงองค์กรแห่งสหประชาชาติ ใช้อิทธิพลของตน ในฐานะผู้มีอิทธิพลทางความคิด และผู้นำ ตลอดจนอำนาจของตนในฐานะนายจ้างใหญ่ และในฐานะผู้ควบคุม ดูแล และผู้บังคับใช้กฎหมาย เพื่อผลักดันการดำเนินการด้านความปลอดภัยทางถนน
(24) ส่งเสริมให้ประเทศสนับสนุนประเทศที่มีรายได้น้อย โดยเฉพาะในทวีปแอฟริกาเพื่อการบูรณาการด้านความปลอดภัยบนท้องถนนเข้าในนโยบายของตน
(25) สนับสนุนการจัดการประชุมระยะกลางของภูมิภาคในโมร็อกโก โดยกระทรวงคมนาคมและโลจิสติกส์ ซึ่งจะสนับสนุนทวีปแอฟริกา เพื่อติดตามข้อเสนอแนะของปฏิญญามามาร์ราเกช (Marrakech Declaration)
(26) ขอเชิญองค์การอนามัยโลกให้ติดตามการปฏิบัติงานของประเทศ ตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ในการประชุมระดับรัฐมนตรีโลกว่าด้วยความปลอดภัยทางถนน ครั้งที่ 4 และในปฏิญญามาร์ราเกช (Marrakech Declaration) รวมถึงรายงานเป็นระยะต่อสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ
(27) ขอเชิญสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติลงมติให้ความเห็นชอบเผยแพร่และส่งเสริมเนื้อหาของปฏิญญามาร์ราเกช (Marrakech Declaration) เพื่อรับทราบถึงบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความปลอดภัยทางถนนทั่วโลก
7. ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน ได้ขับเคลื่อนปฏิญญามาร์ราเกช (Marrakech Declaration) โดยคณะอนุกรรมการในคณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดทางถนนเพื่อบรรลุเป้าหมายในปี พ.ศ. 2573 “ลดอัตราการเสียชีวิตและบาดเจ็บลงร้อยละ 50 ภายในปี ค.ศ. 2030 (พ.ศ. 2573)”
ประโยชน์และผลกระทบ
เป็นกรอบแนวทางในการส่งเสริมและขับเคลื่อนการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนของหน่วยงานทุกภาคส่วนทั้งในระดับส่วนกลาง และระดับพื้นที่ เพื่อบรรลุเป้าหมายในปี พ.ศ. 2573 “ลดอัตราการเสียชีวิตและบาดเจ็บลงร้อยละ 50 ภายในปี ค.ศ. 2030 (พ.ศ. 2573)”
(โปรดตรวจสอบมติคณะรัฐมนตรีที่เป็นทางการจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง)
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล (นายกรัฐมนตรี) 27 กรกฎาคม 2569
g8
สงวนลิขสิทธิ์ © 2557 บริษัท เพาเวอร์ ไทม์ มีเดีย จำกัด